รู้หรือไม่โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเฉียบพลัน

รู้หรือไม่โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเฉียบพลัน

โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเฉียบพลัน (Acute leukemia) เกิดจากการที่ร่างกายมีการสร้างเม็ดเลือกขาวมากกว่าปกติ ทำให้สร้างเม็ดเลือดแดงออกมาน้อยลง เกล็ดเลือดต่ำ ผู้ป่วยจะเกิดอาการเหลืองซีด อ่อนเพลีย ไร้เรี่ยวแรง เพราะเกร็ดเลือดต่ำมีเลือดน้อยลง นอกจากนั้นยังจะมีอาการเลือดซึมออกตามอวัยวะต่างๆ เช่น ผิวหนัง ไรฟัน นอกจากนั้นการที่ผลิตเม็ดเลือดขาวออกมามากผิดปกติยังทำให้เกิดการติดเชื้อต่างๆ ได้ง่ายขึ้น ไม่มีภูมิคุ้มกัน ร่างกายอ่อนแอขึ้นอีกด้วย ทำให้เจ็บป่วยได้ง่ายขึ้น ส่วนสาเหตุที่แน่ชัดนั้นทางการแพทย์ยังไม่สามารถชี้ชัดลงไปได้ เพียงแต่มีการสันนิษฐานว่าน่าจะมาจากปัจจัยทางพันธุกรรมส่วนหนึ่ง ร่วมกับปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมด้วยส่วนหนึ่ง เช่น ผู้ที่มีพันธุกรรมเป็นดาวน์ซินโดรมจะมีความเสี่ยงมากกว่าคนปกติ ผู้ที่เคยมีญาติเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเฉียบพลัน ผู้ที่เคยได้รับรังสีหรือเคมีบำบัดจากการป่วยเป็นมะเร็งชนิดอื่นๆ ผู้ที่ได้รับสัมผัสจากรังสีนิวเคลียร์หรือสารเบนซิน ผู้ที่ติดเชื้อไวรัสเอชทีแอลวี เป็นต้น อาการของผู้ป่วยมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเฉียบพลันนั้น ระยะแรกจะมีอาการไข้ ปวดเมื่อตามร่างกายคล้ายคนเป็นไข้หวัดใหญ่ ไข้เรื้อรังอยู่ยาวนานเป็นเดือน หนาวสั่น มีแผลในปาก ปอดอักเสบ น้ำหนักลด จากนั้นจะเริ่มมีอาการผิวซีดเหลือง มีจ้ำเขียวจ้ำแดงขึ้นตามตัว ไข้สูง มีเลือดออกตามอวัยวะหรือที่ต่างๆ เช่น เลือดออกตามไรฟัน ประจำเดือนออกมากกว่าคนปกติ มีเลือดกำเดาไหล หรือกระทั่งการถ่ายอุจจาระเป็นเลือด ซึ่งเกิดจากการมีเกล็ดเลือดต่ำลง ถือว่าอันตรายเป็นอย่างยิ่ง ระยะต่อมาจะเริ่มมีอาการทางสมองเข้าแทรก เช่น ปวดศีรษะหรือเวียนศีรษะมาก ชัก ตาพร่ามัว อาเจียน แน่นท้อง ปวดท้องเนื่องมาจากอวัยวะในช่องท้องเช่น ตับ ม้าม มีการโตขึ้น บางรายจะมีอาการปวดเฉพาะที่ต่างไป เช่น ปวดข้อ ปวดกระดูก เหงือกบวม ตาบวมปูดโปน ผู้ป่วยมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเฉียบพลันนี้หากไม่ได้รับการรักษาทันเวลามักจะเสียชีวิตในเวลาที่รวดเร็ว อาจเป็นเพียงแค่ไม่กี่สัปดาห์เท่านั้น หากเข้ารับการรักษาได้ทันท่วงทีก็มีโอกาสทำให้โรคสงบลงได้ร้อยละ 70-80 ในกรณีผู้ป่วยที่อายุต่ำกว่า 60 กระนั้นก็ยังต้องติดตามผลอยู่ตลอดเวลาเพราะโรคที่สงบอาจจะฟื้นตัวขึ้นมาอีกเมื่อไรก็ได้ โรคนี้มักจะเกิดในผู้ใหญ่มากกว่าเด็ก แต่ผู้ป่วยที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป หรือผู้ที่เคยเข้ารับการรักษามะเร็งชนิดอื่นจากรังสีหรือเคมีบำบัดมาก่อน จะไม่ตอบสนองต่อผลการรักษาเท่าใดนัก โอกาสที่โรคจะสงบค่อนข้างน้อย ส่วนการป้องกันโรคนี้ทางการแพทย์ไม่มีทางป้องกัน เพราะยังไม่สามารถสรุปสาเหตุการเกิดได้อย่างแน่ชัด ดังนั้นให้สังเกตอาการต่างๆ อยู่เสมอ เมื่อเกิดการผิดปกติกับร่างกายใดๆ ก็ตามควรพบแพทย์จะปลอดภัยที่สุด

จดจำสัญญาณของโรคลูคีเมีย

จดจำสัญญาณของโรคลูคีเมีย

ลูคีเมีย หรือ มะเร็งเม็ดเลือดขาว เป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติของร่างกายที่สร้างเม็ดเลือดขาวมามากกว่าปกติ ทำให้เม็ดเลือดแดงต่ำลง เกร็ดเลือดต่ำ ภูมิคุ้มกันต่ำ ร่างกายอ่อนแอ เกิดภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ ได้มากมาย เป็นปัญหาสู่โรคร้ายแรงที่จะคุกคามตามมา ลูคีเมียนั้นมีทั้งชนิดเฉียบพลันและเรื้อรัง สามารถส่งผลให้เสียชีวิตได้เพียงไม่กี่สัปดาห์ แถมยังไม่สามารถระบุสาเหตุได้แน่ชัด จึงมีความจำเป็นที่เราต้องพยายามสังเกตอาการของร่างกายอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้ไปพบแพทย์ได้ทันท่วงที วันนี้ เราจึงมีหลักการจดจำสัญญาณของโรคลูคีเมียมาฝากเพื่อจะได้เป็นประโยชน์ในการสังเกตร่างกายของเราอยู่เสมอ สัญญาณของโรคลูคีเมีย – อาการเหมือนไข้หวัดใหญ่ อาการแรกเริ่มของลูคีเมียจะเหมือนไข้หวัดใหญ่ เช่น มีไข้ หนาวสั่น เหนื่อย ปวดเมื่อยตามร่างกาย เป็นต้น อาการเหล่านี้หากหายไปใน 5-7 วันแสดงว่าคุณเป็นไข้หวัดใหญ่ธรรมดา แต่หากเป็นเรื้อรังเป็นเดือนนั่นให้สงสัยได้เลยว่าเป็นอาการเบื้องต้นของลูคีเมีย – อ่อนเพลียให้จดไว้หนา อาการเหนื่อยหรืออ่อนเพลียเป็นสิ่งที่ทุกคนประสบพบเจออยู่แล้ว แต่หากคุณเหนื่อยแบบหมดแรง ความจำไม่แม่นยำเหมือนปกติ มีอาการทรุดลงทุกวัน ไม่สามารถทำกิจกรรมต่างๆ ที่เคยทำได้อย่างปกติ ตัวเริ่มซีด นั่นแสดงถึงอาการเกร็ดเลือดต่ำ – น้ำหนักลดร่วงโรยรา หากมีภาวะน้ำหนักลดลงฮวบฮาบโดยที่คุณไม่ได้ลดอาหาร และมีอาการอ่อนเพลีย ไม่มีแรง สุขภาพทรุดโทรมลงอย่างไม่มีสาเหตุ นั่นเป็นหนึ่งในอาการของลูคีเมีย – เลือดออกมาเสียมากมาย อยู่ดีๆ ก็มีเลือดออกมาตามอวัยวะต่างๆ ของร่างกาย เช่น เลือดออกตามไรฟัน เลือดกำเดาไหล เป็นประจำเดือนมากกว่าปกติ มีบาดแผลเพียงเล็กน้อยแต่เลือดไหลไม่ยอมหยุด – ผิวหนังเป็นจุดจ้ำ เป็นจุดสีแดงจิ๋วที่เรียกว่าจุดเลือดออก จะมีลักษณะกลมๆ เป็นวงกว้างคล้ายจุดผื่นคัน ขึ้นเป็นกระจุกบนผิวหนัง – เป็นประจำติดเชื้อง่าย มีอาการติดเชื้อบ่อยขึ้นทั้งที่ผิวหนัง หู ลำคอ หรือบริเวณเนื้ออ่อนต่างๆ อาจเกิดได้จากเซลล์เม็ดเลือดขาวมากกว่าปกติทำให้ภูมิคุ้มกันของร่างกายต่ำลง – ปวดกระดูกและร่างกาย การการปวดตามข้อ กระดูก อย่างต่อเนื่องและไม่หายเสียที มีการทวีความรุนแรงขึ้น จะเป็นการเจ็บปวดขึ้นมาแบบไม่มีสาเหตุ เหล่านี้สันนิษฐานว่าเซลล์มะเร็งอาจก่อตัวอยู่ใกล้ๆ ข้อหรือกระดูกก็เป็นได้ – มีปัจจัยเสี่ยงประจำ มีกรรมพันธุ์ที่เคยเป็นมะเร็งมาก่อน การทำงานอยู่ในสถานที่ที่ต้องสูดดมสารพิษ การสูบบุหรี่ การที่เคยได้รับการรักษาโรคจากรังสีหรือเคมีบำบัดมาก่อน เหล่านี้เป็นปัจจัยที่ก่อให้เกิดลูคีเมียได้ทั้งสิ้น ควรเข้ารับการตรวจสุขภาพเป็นประจำ ก็นับว่าเป็นการป้องกันตนจากลูคีเมียได้อีกทางหนึ่ง

ลูคีเมีย โรคอันตรายที่พบได้มากในเด็ก

ลูคีเมีย โรคอันตรายที่พบได้มากในเด็ก

ลูคีเมีย คือ โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดหนึ่งที่เกิดจากภาวะที่สเต็มเซลล์หรือไขกระดูกทำงานผิดปกติโดยมีการผลิตเซลล์เม็ดเลือดขาวออกมาปริมาณมากเกินกว่าที่ร่างกายต้องการทำให้ระบบร่างกายทำงานผิดปกติ มีเม็ดเลือดแดงน้อย ทำให้เกิดภาวะโลหิตจางขึ้นและมีภูมิคุ้มกันโรคที่ต่ำติดเชื้อต่าง ๆ ได้ง่าย เกล็ดเลือดต่ำทำให้เกิดภาวะเลือดออกมากผิดปกติ เป็นโรคมะเร็งชนิดที่พบมากที่สุดในเด็ก ลูคีเมียบางออกเป็น 2 ประเภท คือ ลูคีเมียชนิดเฉียบพลันและลูคีเมียชนิดเรื้อรัง โดยลูคีเมียชนิดเฉียบพลันนั้นเซลล์มะเร็งจะเจริญเติบโตและเพิ่มจำนวนเร็วโดยที่ยังคงเป็นตัวอ่อน พบมากและบ่อยในเด็กอายุ 3-8 ปี ส่วนชนิดเรื้อรังนั้นเป็นเซลล์มะเร็งที่เจริญเติบโตเป็นตัวแก่ หากเป็นชนิดเฉียบพลันแล้วไม่ได้รับการรักษาจะสามารถเสียชีวิตได้เพียงเวลา 2-3 เดือนเท่านั้น แต่หากรีบพาไปพบแพทย์จะสามารถรักษาให้หายขาดได้ สาเหตุ สาเหตุของการเกิดลูคีเมียในเด็กนั้นไม่มีสาเหตุที่แน่ชัด แต่ทางการแพทย์สันนิษฐานว่าเกิดจากปัจจัยหลัก อันได้แก่ การสัมผัสกับรังสี สารเคมี ยาเคมี และกรรมพันธุ์ นอกจากนี้ยังมีผลการวิจัยว่า โรคทางกรรมพันธุ์บางชนิดสามารถเพิ่มความเสี่ยงที่ทำให้เกิดลูคีเมียในเด็กได้ด้วย อาการ อาการของเด็กที่เป็นลูคีเมีย จะมีภาวะซีด ตัวเหลือง เลือดออกง่าย มีจุดเลือดหรือจ้ำเลือดตามตัว มีไข้ ไม่ค่อยรับประทานอาหาร น้ำหนักลด ตับโต ม้ามโต ท้องอืด ปวดกระดูก ให้สังเกตลูกว่าหากมีอาการเช่นนี้ให้พาไปพบแพทย์ด่วน การรักษา การรักษาจะมีสองวิธี วิธีแรกคือการรักษาตามอาการที่เกิดขึ้น เพื่อให้ร่างกายเข้าสู่ภาวะปกติมากขึ้นและมีความแข็งแรงพร้อมที่จะทำการรักษาในขั้นถัดไปนั่นก็คือ การรักษาด้วยคีโมหรือเคมีบำบัด โดยทางการแพทย์จะแบ่งการให้เคมีเป็นสี่ระยะ ระยะทำลายมะเร็ง ระยะป้องกันการเพิ่มของมะเร็ง ระยะป้องกันการแพร่กระจายของมะเร็งไปยังสมอง และระยะควบคุมให้มะเร็งสงบ ซึ่งเมื่อรักษาถึงระยะควบคุมนั้นก็ให้พบแพทย์ตามนัดอย่างสม่ำเสมอเพราะมีอัตราที่จะย้อนกลับมาเป็นซ้ำได้อีกถึง 30-35 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้ทุกที่ในร่างกายที่พบมากสุดคือที่ไขกระดูก สมอง และอัณฑะ เมื่อเป็นลูคีเมียแล้วมีโอกาสหายหรือไม่ คำตอบคือสามารถรักษาให้หายได้หากได้รับการรักษาที่ทันท่วงทีและเหมาะสมกับภาวะของโรค โอกาสรอดถึง 70-85 เปอร์เซ็นต์ ระยะรักษาประมาณไม่เกิน 5 ปีรวมทั้งการมาพบแพทย์ตามนัดหลังจากที่พบว่าโรคมีภาวะสงบแล้ว อย่างไรก็ตามการรักษาจะหายหรือไม่นั้นก็ต้องดูปัจจัยอย่างอื่นประกอบด้วย เช่น ความรุนแรงของโรคอยู่ในระยะใด จำนวนเกล็ดเลือดและเม็ดเลือดมีความผิดปกติแค่ไหน และเด็กทารกที่มีภูมิต้านทานยังต่ำอยู่อาจทำให้การรักษายากขึ้นเนื่องจากเคมีจะมีผลทำให้ร่างกายรับไม่ไหว อย่างไรก็ตามให้พ่อแม่ผู้ปกครองหมั่นสังเกตลูกน้อยของท่านอย่างสม่ำเสมอ หากเกิดภาวะผิดปกติใด ๆ ให้รีบนำพบแพทย์อย่างเร็วที่สุดเพื่อจะได้รักษาได้ทันท่วงทีค่ะ

อาการของผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวแบบเต็มตัว

อาการของผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวแบบเต็มตัว

มะเร็งเม็ดเลือดขาวเป็นโรคมะเร็งที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของไขกระดูกซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเนื้อเยื่อในระบบของโลหิตวิทยา สาเหตุทางการแพทย์ระบุเอาไว้ว่าโรคนี้เกิดจากไขกระดูกนี้ไปสร้างเม็ดเลือดในปริมาณที่มากกว่าปกติ อย่างไรก็ตามสำหรับผู้ที่มีอาการป่วยบางรายอาจจะมีระดับเม็ดเลือดขาว Read more about อาการของผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวแบบเต็มตัว

โรคและความผิดปกติของระบบเลือดนอกจากลูคีเมีย

โรคและความผิดปกติของระบบเลือดนอกจากลูคีเมีย

แม้ว่าโรคเลือดหรือโรคลูคีเมียจะเป็นโรคที่เกิดจากระบบเลือดมีปัญหา เป็นโรคที่พบบ่อยมากที่สุดอย่างไรก็ตามไม่ได้หมายความว่าโรคที่เกี่ยวข้องกับความผิดปกติของระบบเลือดจะมีเพียงแค่โรคนี้เพียงโรคเดียว เนื่องจากว่ามันยังมีโรคอื่นๆ ที่สามารถเกิดขึ้นได้หากว่าระบบไหลเวียนโลหิตของเรามีปัญหา Read more about โรคและความผิดปกติของระบบเลือดนอกจากลูคีเมีย

แนะนำสมุนไพรใช้รักษาโรคมะเร็ง

แนะนำสมุนไพรใช้รักษาโรคมะเร็ง

สมุนไพรจัดได้ว่าเป็นยาชั้นเอกของโลกที่มักจะสร้างปาฏิหาริย์ในการรักษาโรคต่างๆ ได้อยู่บ่อยครั้ง อาจจะด้วยความที่สมุนไพรเหล่านี้คือสิ่งที่ธรรมชาติได้สร้างสรรค์ขึ้นมาเพื่อเอาไว้ต่อสู้กับโรคร้ายต่างๆ มนุษย์อย่างเราจึงจำเป็นที่จะต้องรู้จักการพึ่งพาอาศัยธรรมชาติเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับตัวเอง Read more about แนะนำสมุนไพรใช้รักษาโรคมะเร็ง

วิธีสังเกตอาการเบื้องต้นของมะเร็งเม็ดเลือดขาว

วิธีสังเกตอาการเบื้องต้นของมะเร็งเม็ดเลือดขาว

แค่พูดคำว่ามะเร็งเป็นใครต่างก็คงไม่อยากจะพบเจออย่างแน่นอนไม่ว่าจะเป็นมะเร็งประเภทไหนก็ตาม ทว่าบางครั้งมันก็เหมือนกับโชคชะตาเล่นตลกได้สำหรับหลายๆ คนที่แม้ว่าเราจะไม่ได้เป็นคนสร้างความเสี่ยงต่อมัน ทว่ามันก็ยังคงเข้าหาเราอยู่ดี Read more about วิธีสังเกตอาการเบื้องต้นของมะเร็งเม็ดเลือดขาว

ถ้าเป็นโรคลูคีเมียแล้วจะรักษาที่ไหนดี

ถ้าเป็นโรคลูคีเมียแล้วจะรักษาที่ไหนดี

ขึ้นชื่อว่ามะเร็งสิ่งหนึ่งที่ทุกคนคิดกันอยู่เสมอก็คือหากว่าใครที่เป็นแล้วจะไม่มีทางรักษาให้หายขาดได้ ซึ่งถามว่าความเชื่อเหล่านี้เป็นสิ่งที่ถูกต้องหรือไม่ จริงๆ มันก็อาจจะไม่ได้ถูกไปทั้งหมดแบบเต็มร้อยเพราะมันขึ้นอยู่กับว่าอาการมะเร็ง Read more about ถ้าเป็นโรคลูคีเมียแล้วจะรักษาที่ไหนดี

แนวทางการรักษามะเร็งเม็ดเลือดขาว

แนวทางการรักษามะเร็งเม็ดเลือดขาว

วิธีการรักษามะเร็ง การรักษาแบบประคับประคอง การรักษาเฉพาะโรค ตามชนิดและประเภท ได้แก่ – การให้ส่วนประกอบของเลือด โดยการเช็คระดับของเกล็ดเลือด ให้เกล็ดเลือดเข้มข้นที่สูงมาก ส่วนใหญ่จะใช้วิธีกับผู้ป่วยที่มีอายุน้อย – ผู้ป่วยอุณหภูมิร่างกายสูงกว่า 38 องศา และ เม็ดเลือดขาวชนิด Neutrophil ต่ำกว่า 0.5 x 109/ลิตร จะให้ยาปฏิชีวนะเข้าหลอดเลือดดำ – ผู้ป่วยที่มีกรดยูริกสูง จะให้ยาต้านกรดยูริก อาจมีผลข้างเคียงกับไต – พิจารณาเม็ดเลือดขาว และ แยกออกจากการไหลเวียนของเลือด การรักษาแบบเฉพาะโรค มี 2 ขั้นตอน ขั้นตอนการรักษาเพื่อชักนำให้โรคสงบสมบูรณ์ (Induction of remission) ปัจจุบัน คือ สูตร 3+7 ให้ Anthracycline 3 วัน และ Cytosine Arabinoside 7 วัน ทางหลอดเลือดดำ จากนั้นจึงเข้าสู่ระยะ CR * CR ผู้ป่วยเข้าสู่ภาวะเซลล์มะเร็งจะหมดไปจากร่างกาย ขั้นตอนการรักษาระยะหลังโรคสงบ เป็นการรักษาเพื่อป้องกันไม่ให้โรคกลับมาอีก ซึ่งมี 2 วิธี – ให้ยาเคมีบำบัดเหมือน induction of remission แต่ให้ติดต่อกัน 3-4 ครั้ง ห่างกันทุก 1-2 เดือน เพื่อให้เซลล์มะเร็งค่อยๆหมดไป – ให้เคมีบำบัดในขนาดสูงกว่า induction of remission เพื่อกำจัดเซลล์ให้หมดทีเดียว การรักษาแบบปลูกถ่ายไขกระดูก ให้เคมีบำบัดร่วมกับรังสีเพื่อทำลายเซลล์มะเร็งหลังจากนั้นจึงนำไขกระดูกของคนปกติถ่ายเข้าไป ผลข้างเคียง เคมีบำบัด จะมีอาการคลื่นไส้อาเจียน เบื่ออาหาร ผมร่วง เป็นหมัน รังสีรักษา บริเวณที่ฉายแสงขนหรือผมร่วง ปลูกถ่ายไขกระดูก เสี่ยงต่อการติดเชื้อ

ชนิดของโรคลูคีเมีย

ชนิดของโรคลูคีเมีย

โดยปกติแล้วในกรณีที่คนไทยรู้จักโรคลูคีเมียนั้นจะถูกแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ 1.มะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเฉียบพลัน (Acute Leukemias) เกิดจากการเพิ่มจำนวนเม็ดเลือดขาวอย่างรวดเร็ว ทำให้ไม่สามารถผลิต เม็ดเลือดปกติได้ ส่วนใหญ่แล้วในกรณีนี้มักมีโอกาสเกิดขึ้นกับเด็ก จำเป็นต้องได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที เนื่องจากหากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องจะทำให้เสียชีวิตอย่างฉับพลันในไม่กี่เดือน 2.มะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเรื้อรัง (Chronic Leukemia) เกิดจากการสร้างเม็ดเลือดขาวออกมาเป็นจำนวนมากกว่าเม็ดเลือดแดง ทำให้มีเซลล์ผิดปกติมากจนเกินไป ทำให้กลายเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว ส่วนใหญ่กรณีนี้มักเกิดขึ้นกับผู้ใหญ่ได้ทุกช่วงอายุ หากแบ่งอาการของโรคตามลักษณะได้อีก 2 ลักษณะ ได้แก่ 1.การพบเซลล์มะเร็งขาวในสายเลือดลิมโฟไซท์ (Lymphocytic Leukemia) 2.การพบเซลล์มะเร็งขาวในสายเลือดไมอีลอยด์ (Myelogenous Leukemia) มะเร็งเม็ดเลือดขาวตามชนิดและแบบได้ใหญ่ ๆ 4 ประเภท ได้แก่ 1.มะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเฉียบพลันแบบไมอีลอยด์ (Acute Myeloid Leukemia )พบมากในผู้ใหญ่ สาเหตุยังไม่ทราบแน่ชัด แต่ความเสี่ยงที่คาดการณ์ไว้ คือ พันธุกรรม จากการศึกษา พี่น้องของผู้ป่วย มีโอกาสพบได้มากกว่าคนทั่วไป 3 เท่า สารรังสี ในกรณีผู้รอดจากการทิ้งระเบิดปรมาณูที่ฮิโรชิมา และนางาซากิ มีโอกาสเป็นมากกว่าคนทั่วไป 30 เท่า สารเคมี ในกรณีผู้ที่สัมผัสกับเบนซินโดยตรงมีโอกาสเป็นมากกว่าคนทั่วไป 10 เท่า ยาเคมีบำบัด กำลังอยู่ในช่วงทำการศึกษา บุหรี่ ระบาดวิทยาพบว่า บุหรี่สามารถเพิ่มอัตราเสี่ยงในการเกิดโรคได้มากกว่าปกติ 2.มะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเฉียบพลันแบบลิมฟอยด์ (Acute Lymphoid Leukemia) พบมากในเด็กและผู้ใหญ่ที่มีอายุมากกว่า 65 ปี 3.มะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเรื้อรังแบบไมอีลอยด์ (Chronic Myeloid Leukemia) พบมากในผู้ใหญ่ไม่พบในเด็ก สาเหตุ ยังไม่ทราบแน่ชัด การฉายรังสีเป็นปัจจัยที่อาจทำให้มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว 4.มะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเรื้อรังแบบลิมฟอยด์ (Chronic Lymphocytic Leukemia) พบมากในผู้ใหญ่ที่มีอายุมากกว่า 65 ปี มะเร็งเม็ดเลือดขาวมี 3 ระยะ 1.ระยะเรื้อรัง 2.ระยะลุกลาม 3.ระยะเฉียบพลัน