อาการของลูคีเมียแต่ละแบบแต่ละชนิด และ สาเหตุที่จะเป็นมะเร็ง

อาการของลูคีเมียแต่ละแบบแต่ละชนิด และ สาเหตุที่จะเป็นมะเร็ง

มะเร็ง เมื่อขึ้นอยู่ที่อวัยวะส่วนใดก็จะเรียกตามชื่ออวัยวะนั้นๆ แต่มีเพียงมะเร็งชนิดเดียวที่เรียกต่างออกไป นั้นคือ “ลูคีเมีย” เป็นชื่อมะเร็งเม็ดเลือดขาว สาเหตุเกิดจากการเจริญแบ่งตัวอย่างรวดเร็วของเม็ดเลือดขาวตัวอ่อนในไขกระดูกและกลายเป็นเซลล์ผิดปกติแล้วแพร่กระจายแทรกซึมไปยังอวัยวะต่างๆ ได้ เช่น ต่อมน้ำเหลือง ม้าม ตับ สมอง ผิวหนัง กระดูก ในไขกระดูก ทำลายกระบวนการสร้างเม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว และเกล็ดเลือด ทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้ ชนิดของมะเร็งเม็ดเลือดขาว – มะเร็งเม็ดเลือดขาวเฉียบพลัน มีความรุนแรงสูง ลุกลามเร็ว อาการเฉียบพลัน เพราะเกิดจากเซลล์อ่อนในไขกระดูกสร้างเซลล์ลดลงอย่างมาก ดังนั้นต้องทำการรักษาอย่างเร่งด่วน – มะเร็งเม็ดเลือดขาวเรื้อรัง ไม่รุนแรงมาก ลุกลามช้า อาการค่อยเป็นค่อยไป เพราะเซลล์เม็ดเลือดขาวเริ่มเป็นตัวแก่และมีเซลล์เม็ดเลือดเม็ดขาวมากกว่าเซลล์เม็ดเลือดปกติ แต่ทว่าในระยะท้ายอาจรุนแรงแบบฉับพลัน ส่งผลต่อชีวิตได้ การแบ่งชนิดตามเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดลิมโฟไซต์ รวมถึงเม็ดเลือดแดงและเกล็ดขาว แบ่งเป็น 4 ชนิดใหญ่ๆ พบได้ทุกช่วงวัยตั้งแต่เด็กและผู้ใหญ่ 1. มะเร็งเม็ดเลือดขาวเฉียบพลันชนิดเอแอลแอล (ALL) พบในทุกช่วงอายุ แต่พบบ่อยในเด็กอายุ 2-5 ปี (ประมาณ 70-80% ของมะเร็งเม็ดเลือดขาวในเด็กทั้งหมด) 2. มะเร็งเม็ดเลือดขาวเฉียบพลันชนิดเอเอ็มแอล (AML) พบในเด็กแรกเกิดในช่วง 4 สัปดาห์หลังคลอด และจะพบอีกในวัยสูงอายุ 60 ปีขึ้นไป มากถึง 80-90% ของผู้ป่วยมะเร็งเม็ดเลือดขาว พบในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง 3. มะเร็งเม็ดเลือดขาวเรื้อรังชนิดซีแอลแอล (CLL) เป็นชนิดที่พบได้บ่อยในผู้ใหญ่ พบมากในกลุ่มอายุ 55-60 ปี 4. มะเร็งเม็ดเลือดขาวเรื้อตังชนิดซีเอ็มแอล (CML) พบได้น้อยมาก ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ แต่พบบ่อยในผู้ใหญ่อายุประมาณ 40-60 ปี พบในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง ส่วนเด็กจะพบในช่วงอายุมากกว่า 4 ปี อาการโดยทั่วไปถึงความผิดปกติของร่างกาย – น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็วโดยไม่ได้อดอาหาร กินอาหารแบบปกติ แต่สุขภาพทรุดโทรมอย่างเห็นได้ชัดแต่กลับไม่มีแรงทำกิจกรรมได้อย่างปกติ – ผิวหนังคล้ำเป็นจ้ำ ลักษณะกลมๆ สีแดงเป็นวงกว้าง – เลือดออกตามอวัยวะต่างๆ เช่น เลือดออกภายในช่องปากตามไรฟันและเหงือก ปัสสาวะหรืออุจจาระเป็นเลือด หรืออื่นๆ – Read more »

8 วิธี รักษาโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว (ลูคีเมีย)

8 วิธี รักษาโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว (ลูคีเมีย)

ปัจจุบันโรคมะเร็งดูเหมือนจะเป็นโรคฮิตที่ใครๆ ก็เป็นได้ แต่คงไม่มีใครอยากเป็น ทั้งผู้ใหญ่หรือแม้แต่เด็กก็ตาม หากคนในครอบครัวเป็นมะเร็งคนใกล้ชิดคงอดเป็นห่วงไม่ได้ เพราะนี่คือโรคร้ายอันดับหนึ่งของคนไทยที่มีการเสียชีวิตมากที่สุด มะเร็งทั่วไปขึ้นตามอวัยวะส่วนใดก็คงรักษาเฉพาะเจาะจงได้ง่าย แต่หากเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว กลับไม่ใช่เรื่องง่ายเลยทีเดียวด้วยเลือดคือส่วนหล่อเลี้ยงทั่วทั้งร่างกาย การรักษามะเร็งเม็ดเลือดขาว 1. การรักษาตามอาการพร้อมกับรักษาภาวะแทรกซ้อน เป็นการให้เลือด ให้ยาปฏิชีวนะเพื่อการรักษาโรคติดเชื้อ ช่วงแรกที่ทำการรักษาผู้ป่วยที่มีอาการเริ่มต้นอย่าง ไข้สูง ซีด อ่อนเพลีย หายใจลำบาก ขาดน้ำ ไตทำงานผิดปกติ เป็นต้น จึงจำเป็นต้องรักษาภาวะเหล่านี้ก่อน เป็นการเตรียมพร้อมร่างกายให้รับยาเคมีบำบัด เพราะยาเคมีบำบัดจะมีผลกระทบต่อร่างกายได้หลายอย่างและรุนแรงด้วย 2. การติดตามอาการอย่างใกล้ชิด ระยะนี้จะไม่ทำการรักษาใดๆ ในผู้ป่วยเรื้อรังชนิด CLL ถ้าผู้ป่วยยังไม่มีอาการ 3. การให้ยาเคมีบำบัด จะมีแบบกิน แบบฉีดเข้าเส้นเลือดดำ และฉีดเข้าทางน้ำไขสันหลัง รวมถึงใช้ยาอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น สารภูมิต้านทานกลุ่มโมโนโคลนอลแอนติบอดี ยากระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดขาวและเม็ดเลือดแดง ยาสเตียรอยด์ ยาอินเตอร์เฟอรอน ที่จะรักษาตามแต่ละชนิดที่ผู้ป่วยเป็น 4. การให้ยารักษาตรงจุด คือการรักษาด้วยยาหรือสารอื่นที่ทำลายเฉพาะเซลล์มะเร็งโดยตรง ไม่ทำลายเซลล์ปกติ ซึ่งยาชนิดนี้จะเข้าไปยับยั้งการเจริญการเติบโตของเซลล์มะเร็งเม็ดเลือดขาว ที่ให้ผลการรักษาที่ดีมากแต่ยานี้มีราคาสูง 5. การรักษาด้วยภูมิคุ้มกันบำบัด โดยใช้ยาไปกระตุ้นให้ภูมิคุ้มกันร่างกายต่อต้านเซลล์มะเร็งเม็ดเลือดนั้นเอง 6. การเปลี่ยนถ่ายพลาสม่า ใช้ในผู้ป่วยที่มีจำนวนเม็ดเลือดขาวจำนวนมาก หรือในรายที่มีเม็ดเลือดขาวอุดตันตามหลอดเลือด ทำให้เม็ดเลือดขาวบรรเทาอย่างรวดเร็ว 7. การใช้รังสีรักษา จะใช้ในผู้ป่วยที่มีมะเร็งเม็ดเลือดขาวจำนวนมากเสี่ยงลุกลามเข้าสู่สมอง และรายที่มีก้อนบวมมากเช่น ตับโต ม้ามโต ก้อนที่อัณฑะ ต่อมน้ำเหลืองโต 8. การปลูกถ่ายไขกระดูก และปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิด วิธีนี้ต้องใช้ไขกระดูกหรือเซลล์กำเนิดเลือดของตนเองหรือผู้บริจาคเพื่อปลูกถ่ายเซลล์เม็ดเลือดขาวใหม่ ขั้นตอนนี้ทำให้ผู้ป่วยมีชีวิตยืนยาวขึ้นหรือหายขาดจากโรคได้ แต่การรักษาเช่นนี้จะทำหลังจากให้ยาเคมีบำบัดจนโรคสงบไปสักระยะหนึ่งแล้ว การรักษามะเร็งเม็ดเลือดขาวไม่เพียงแค่ใช้ยาเคมีบำบัด หรือการใช้รังสีรักษาและการปลูกถ่ายไขกระดูก แต่ต้องขึ้นอยู่กับร่างกายของผู้ป่วยด้วย รวมถึงกำลังใจจากตัวเอง คนใกล้ชิดที่เป็นยารักษาที่สำคัญที่สุด ควบคู่กับการรักษาทางการแพทย์

เซลเม็ดเลือดตัดแต่งพันธุกรรมรักษาผู้ป่วยลูคีเมีย

เซลเม็ดเลือดตัดแต่งพันธุกรรมรักษาผู้ป่วยลูคีเมีย

ลูคิเมีย หรือมะเร็งเม็ดเลือดขาวนั้น เป็นโรคที่แทบจะไม่อยากให้เกิดขึ้นกันใครเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเป็นโรคลูคิเมีย แบบเฉียบพลัน ที่มักจะแสดงออกเมื่ออาการรุนแรงแล้ว และทำให้อัตราในการเสียชีวิตของผู้ป่วยค่อนข้างสูง ซึ่งวิธีการรักษา ที่เห็นผลดีที่สุดในขณะนี้ ก็คือ การปลูกถ่ายไขกระดูก ซึ่งต้องใช้เงินจำนวนมาก และใช้โชคมากพอสมควรทีเดียว เพราะโอกาสน้อยมากที่จะหาเซลล์ไขกระดูก ที่เข้ากับร่างกายของผู้ป่วยได้ แม้กระทั่งไขกระดูกจากคนในครอบครัวของผู้ป่วยเองก็ตาม และเนื่องจากปัญหาในจุดนี้เองที่ทำให้แพทย์ พยายามที่จะทดลอง เพื่อที่จะหาวิธีการใหม่ๆ ในการรักษาโรคลูคิเมีย ซึ่งอีกหนึ่งวิธีที่พึ่งค้นพบ และได้รับการยอมรับจากบางประเทศ ก็คือ การนำเอาเซลล์ของผู้ป่วยมาตัดต่อพันธุกรรมเพื่อรักษาผู้ป่วยเอง ซึ่งวิธีการนี้มีความน่าสนใจอย่างไร มาดูกันดีกว่า การตัดแต่งพันธุกรรมเซลล์เม็ดเลือด เป็นการนำเอากระบวนการในการรักษา 2 รูปแบบมาใช้ด้วยกัน คือ การตัดต่อพันธุกรรม และการรักษาด้วยทีเซลล์ สำหรับวิธีการก็คือ แพทย์ จะทำการค้นหาทีเซลล์ จากเซลล์ร่างกายของผู้ป่วยลูคิเมียเอง แล้วนำมาตัดแต่งพันธุกรรม โดยการใส่แอนติเจน ลงไปที่ผิวของทีเซลล์โดยตรง แล้วจึงนำเอาเซลล์ที่ตัดแต่งพันธุกรรมดังกล่าว กลับเข้าไปในตัวผู้ป่วยลูคิเมียอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งการทำงานของเซลล์ที่ตัดต่อพันธุกรรมนั้น เมื่อเข้าสู่ร่างกายไปแล้ว ก็จะทำการค้นหาเซลล์มะเร็ง และทำการทำลายทิ้ง เหมือนกับการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันปกติ ข้อดีข้อเสียของการใช้เซลล์ตัดแต่งพันธุกรรมในการรักษาลูคิเมีย สำหรับในส่วนของข้อดี ก็คือ ผู้ป่วยไม่จำเป็นต้องเสียเวลาในการตามหาสเต็มเซลล์ หรือเซลล์ไขกระดูกจากคนอื่น ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษาให้กับผู้ป่วยได้มากขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม สำหรับวิธีการนี้ ยังมีการทดลองค่อนข้างน้อย และถึงแม้ว่าจะใช้เซลล์ของผู้ป่วยเอง แต่หากผู้ป่วยเป็นลูคิเมียในระยะที่อันตราย ก็อาจจะมีเซลล์ดีๆ ทีเหมาะกับการนำมาตัดแต่งพันธุกรรมได้น้อย หรืออาจจะไม่มีเลย ที่สำคัญคือ ระยะปลอดเชื้อ หลังการรักษา ยังถือว่าน้อย คือ 16-18 เดือนเท่านั้นที่เชื้อจะไม่กลับมา เมื่อเทียบกันการรักษาแบบเดิม ที่จะปลอดภัยจากการกลับมาของโรคอย่างน้อย 2 ปีขึ้นไป และที่เหมือนจะดี แต่ก็ไม่ค่อยดีเท่าไหร่นักสำหรับการรักษา ด้วยวิธีการนี้ ก็คือ การใช้เซลล์ต้องเป็นเซลล์ของผู้ป่วยเองเท่านั้น ใช้ของคนอื่นแทนไม่ได้ นั่นหมายความว่าหากเกิดความผิดพลาดระหว่าตัดแต่งพันธุกรรมเซลล์ ก็อาจจะกลายเป็นการลดโอกาสในการรอดชีวิตของผู้ป่วยให้น้อยลง ที่สำคัญคือ วิธีการรักษาดังกล่าว ยังจำกัดเฉพาะกลุ่ม และต้องใช้เงินจำนวนมาก แต่หากมีการพัฒนาต่อไป เชื่อได้ว่า การรักษาโดยการใช้เซลล์ที่ถูกตัดแต่งพันธุกรรมกับผู้ป่วยลูคิเมีย น่าจะเป็นอีกหนึ่งวิธีการที่ช่วยยื้อชีวิต และช่วยให้ผู้ป่วยกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างคนปกติ

รู้หรือไม่โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเฉียบพลัน

รู้หรือไม่โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเฉียบพลัน

โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเฉียบพลัน (Acute leukemia) เกิดจากการที่ร่างกายมีการสร้างเม็ดเลือกขาวมากกว่าปกติ ทำให้สร้างเม็ดเลือดแดงออกมาน้อยลง เกล็ดเลือดต่ำ ผู้ป่วยจะเกิดอาการเหลืองซีด อ่อนเพลีย ไร้เรี่ยวแรง เพราะเกร็ดเลือดต่ำมีเลือดน้อยลง นอกจากนั้นยังจะมีอาการเลือดซึมออกตามอวัยวะต่างๆ เช่น ผิวหนัง ไรฟัน นอกจากนั้นการที่ผลิตเม็ดเลือดขาวออกมามากผิดปกติยังทำให้เกิดการติดเชื้อต่างๆ ได้ง่ายขึ้น ไม่มีภูมิคุ้มกัน ร่างกายอ่อนแอขึ้นอีกด้วย ทำให้เจ็บป่วยได้ง่ายขึ้น ส่วนสาเหตุที่แน่ชัดนั้นทางการแพทย์ยังไม่สามารถชี้ชัดลงไปได้ เพียงแต่มีการสันนิษฐานว่าน่าจะมาจากปัจจัยทางพันธุกรรมส่วนหนึ่ง ร่วมกับปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมด้วยส่วนหนึ่ง เช่น ผู้ที่มีพันธุกรรมเป็นดาวน์ซินโดรมจะมีความเสี่ยงมากกว่าคนปกติ ผู้ที่เคยมีญาติเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเฉียบพลัน ผู้ที่เคยได้รับรังสีหรือเคมีบำบัดจากการป่วยเป็นมะเร็งชนิดอื่นๆ ผู้ที่ได้รับสัมผัสจากรังสีนิวเคลียร์หรือสารเบนซิน ผู้ที่ติดเชื้อไวรัสเอชทีแอลวี เป็นต้น อาการของผู้ป่วยมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเฉียบพลันนั้น ระยะแรกจะมีอาการไข้ ปวดเมื่อตามร่างกายคล้ายคนเป็นไข้หวัดใหญ่ ไข้เรื้อรังอยู่ยาวนานเป็นเดือน หนาวสั่น มีแผลในปาก ปอดอักเสบ น้ำหนักลด จากนั้นจะเริ่มมีอาการผิวซีดเหลือง มีจ้ำเขียวจ้ำแดงขึ้นตามตัว ไข้สูง มีเลือดออกตามอวัยวะหรือที่ต่างๆ เช่น เลือดออกตามไรฟัน ประจำเดือนออกมากกว่าคนปกติ มีเลือดกำเดาไหล หรือกระทั่งการถ่ายอุจจาระเป็นเลือด ซึ่งเกิดจากการมีเกล็ดเลือดต่ำลง ถือว่าอันตรายเป็นอย่างยิ่ง ระยะต่อมาจะเริ่มมีอาการทางสมองเข้าแทรก เช่น ปวดศีรษะหรือเวียนศีรษะมาก ชัก ตาพร่ามัว อาเจียน แน่นท้อง ปวดท้องเนื่องมาจากอวัยวะในช่องท้องเช่น ตับ ม้าม มีการโตขึ้น บางรายจะมีอาการปวดเฉพาะที่ต่างไป เช่น ปวดข้อ ปวดกระดูก เหงือกบวม ตาบวมปูดโปน ผู้ป่วยมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเฉียบพลันนี้หากไม่ได้รับการรักษาทันเวลามักจะเสียชีวิตในเวลาที่รวดเร็ว อาจเป็นเพียงแค่ไม่กี่สัปดาห์เท่านั้น หากเข้ารับการรักษาได้ทันท่วงทีก็มีโอกาสทำให้โรคสงบลงได้ร้อยละ 70-80 ในกรณีผู้ป่วยที่อายุต่ำกว่า 60 กระนั้นก็ยังต้องติดตามผลอยู่ตลอดเวลาเพราะโรคที่สงบอาจจะฟื้นตัวขึ้นมาอีกเมื่อไรก็ได้ โรคนี้มักจะเกิดในผู้ใหญ่มากกว่าเด็ก แต่ผู้ป่วยที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป หรือผู้ที่เคยเข้ารับการรักษามะเร็งชนิดอื่นจากรังสีหรือเคมีบำบัดมาก่อน จะไม่ตอบสนองต่อผลการรักษาเท่าใดนัก โอกาสที่โรคจะสงบค่อนข้างน้อย ส่วนการป้องกันโรคนี้ทางการแพทย์ไม่มีทางป้องกัน เพราะยังไม่สามารถสรุปสาเหตุการเกิดได้อย่างแน่ชัด ดังนั้นให้สังเกตอาการต่างๆ อยู่เสมอ เมื่อเกิดการผิดปกติกับร่างกายใดๆ ก็ตามควรพบแพทย์จะปลอดภัยที่สุด

จดจำสัญญาณของโรคลูคีเมีย

จดจำสัญญาณของโรคลูคีเมีย

ลูคีเมีย หรือ มะเร็งเม็ดเลือดขาว เป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติของร่างกายที่สร้างเม็ดเลือดขาวมามากกว่าปกติ ทำให้เม็ดเลือดแดงต่ำลง เกร็ดเลือดต่ำ ภูมิคุ้มกันต่ำ ร่างกายอ่อนแอ เกิดภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ ได้มากมาย เป็นปัญหาสู่โรคร้ายแรงที่จะคุกคามตามมา ลูคีเมียนั้นมีทั้งชนิดเฉียบพลันและเรื้อรัง สามารถส่งผลให้เสียชีวิตได้เพียงไม่กี่สัปดาห์ แถมยังไม่สามารถระบุสาเหตุได้แน่ชัด จึงมีความจำเป็นที่เราต้องพยายามสังเกตอาการของร่างกายอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้ไปพบแพทย์ได้ทันท่วงที วันนี้ เราจึงมีหลักการจดจำสัญญาณของโรคลูคีเมียมาฝากเพื่อจะได้เป็นประโยชน์ในการสังเกตร่างกายของเราอยู่เสมอ สัญญาณของโรคลูคีเมีย – อาการเหมือนไข้หวัดใหญ่ อาการแรกเริ่มของลูคีเมียจะเหมือนไข้หวัดใหญ่ เช่น มีไข้ หนาวสั่น เหนื่อย ปวดเมื่อยตามร่างกาย เป็นต้น อาการเหล่านี้หากหายไปใน 5-7 วันแสดงว่าคุณเป็นไข้หวัดใหญ่ธรรมดา แต่หากเป็นเรื้อรังเป็นเดือนนั่นให้สงสัยได้เลยว่าเป็นอาการเบื้องต้นของลูคีเมีย – อ่อนเพลียให้จดไว้หนา อาการเหนื่อยหรืออ่อนเพลียเป็นสิ่งที่ทุกคนประสบพบเจออยู่แล้ว แต่หากคุณเหนื่อยแบบหมดแรง ความจำไม่แม่นยำเหมือนปกติ มีอาการทรุดลงทุกวัน ไม่สามารถทำกิจกรรมต่างๆ ที่เคยทำได้อย่างปกติ ตัวเริ่มซีด นั่นแสดงถึงอาการเกร็ดเลือดต่ำ – น้ำหนักลดร่วงโรยรา หากมีภาวะน้ำหนักลดลงฮวบฮาบโดยที่คุณไม่ได้ลดอาหาร และมีอาการอ่อนเพลีย ไม่มีแรง สุขภาพทรุดโทรมลงอย่างไม่มีสาเหตุ นั่นเป็นหนึ่งในอาการของลูคีเมีย – เลือดออกมาเสียมากมาย อยู่ดีๆ ก็มีเลือดออกมาตามอวัยวะต่างๆ ของร่างกาย เช่น เลือดออกตามไรฟัน เลือดกำเดาไหล เป็นประจำเดือนมากกว่าปกติ มีบาดแผลเพียงเล็กน้อยแต่เลือดไหลไม่ยอมหยุด – ผิวหนังเป็นจุดจ้ำ เป็นจุดสีแดงจิ๋วที่เรียกว่าจุดเลือดออก จะมีลักษณะกลมๆ เป็นวงกว้างคล้ายจุดผื่นคัน ขึ้นเป็นกระจุกบนผิวหนัง – เป็นประจำติดเชื้อง่าย มีอาการติดเชื้อบ่อยขึ้นทั้งที่ผิวหนัง หู ลำคอ หรือบริเวณเนื้ออ่อนต่างๆ อาจเกิดได้จากเซลล์เม็ดเลือดขาวมากกว่าปกติทำให้ภูมิคุ้มกันของร่างกายต่ำลง – ปวดกระดูกและร่างกาย การการปวดตามข้อ กระดูก อย่างต่อเนื่องและไม่หายเสียที มีการทวีความรุนแรงขึ้น จะเป็นการเจ็บปวดขึ้นมาแบบไม่มีสาเหตุ เหล่านี้สันนิษฐานว่าเซลล์มะเร็งอาจก่อตัวอยู่ใกล้ๆ ข้อหรือกระดูกก็เป็นได้ – มีปัจจัยเสี่ยงประจำ มีกรรมพันธุ์ที่เคยเป็นมะเร็งมาก่อน การทำงานอยู่ในสถานที่ที่ต้องสูดดมสารพิษ การสูบบุหรี่ การที่เคยได้รับการรักษาโรคจากรังสีหรือเคมีบำบัดมาก่อน เหล่านี้เป็นปัจจัยที่ก่อให้เกิดลูคีเมียได้ทั้งสิ้น ควรเข้ารับการตรวจสุขภาพเป็นประจำ ก็นับว่าเป็นการป้องกันตนจากลูคีเมียได้อีกทางหนึ่ง

ลูคีเมีย โรคอันตรายที่พบได้มากในเด็ก

ลูคีเมีย โรคอันตรายที่พบได้มากในเด็ก

ลูคีเมีย คือ โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดหนึ่งที่เกิดจากภาวะที่สเต็มเซลล์หรือไขกระดูกทำงานผิดปกติโดยมีการผลิตเซลล์เม็ดเลือดขาวออกมาปริมาณมากเกินกว่าที่ร่างกายต้องการทำให้ระบบร่างกายทำงานผิดปกติ มีเม็ดเลือดแดงน้อย ทำให้เกิดภาวะโลหิตจางขึ้นและมีภูมิคุ้มกันโรคที่ต่ำติดเชื้อต่าง ๆ ได้ง่าย เกล็ดเลือดต่ำทำให้เกิดภาวะเลือดออกมากผิดปกติ เป็นโรคมะเร็งชนิดที่พบมากที่สุดในเด็ก ลูคีเมียบางออกเป็น 2 ประเภท คือ ลูคีเมียชนิดเฉียบพลันและลูคีเมียชนิดเรื้อรัง โดยลูคีเมียชนิดเฉียบพลันนั้นเซลล์มะเร็งจะเจริญเติบโตและเพิ่มจำนวนเร็วโดยที่ยังคงเป็นตัวอ่อน พบมากและบ่อยในเด็กอายุ 3-8 ปี ส่วนชนิดเรื้อรังนั้นเป็นเซลล์มะเร็งที่เจริญเติบโตเป็นตัวแก่ หากเป็นชนิดเฉียบพลันแล้วไม่ได้รับการรักษาจะสามารถเสียชีวิตได้เพียงเวลา 2-3 เดือนเท่านั้น แต่หากรีบพาไปพบแพทย์จะสามารถรักษาให้หายขาดได้ สาเหตุ สาเหตุของการเกิดลูคีเมียในเด็กนั้นไม่มีสาเหตุที่แน่ชัด แต่ทางการแพทย์สันนิษฐานว่าเกิดจากปัจจัยหลัก อันได้แก่ การสัมผัสกับรังสี สารเคมี ยาเคมี และกรรมพันธุ์ นอกจากนี้ยังมีผลการวิจัยว่า โรคทางกรรมพันธุ์บางชนิดสามารถเพิ่มความเสี่ยงที่ทำให้เกิดลูคีเมียในเด็กได้ด้วย อาการ อาการของเด็กที่เป็นลูคีเมีย จะมีภาวะซีด ตัวเหลือง เลือดออกง่าย มีจุดเลือดหรือจ้ำเลือดตามตัว มีไข้ ไม่ค่อยรับประทานอาหาร น้ำหนักลด ตับโต ม้ามโต ท้องอืด ปวดกระดูก ให้สังเกตลูกว่าหากมีอาการเช่นนี้ให้พาไปพบแพทย์ด่วน การรักษา การรักษาจะมีสองวิธี วิธีแรกคือการรักษาตามอาการที่เกิดขึ้น เพื่อให้ร่างกายเข้าสู่ภาวะปกติมากขึ้นและมีความแข็งแรงพร้อมที่จะทำการรักษาในขั้นถัดไปนั่นก็คือ การรักษาด้วยคีโมหรือเคมีบำบัด โดยทางการแพทย์จะแบ่งการให้เคมีเป็นสี่ระยะ ระยะทำลายมะเร็ง ระยะป้องกันการเพิ่มของมะเร็ง ระยะป้องกันการแพร่กระจายของมะเร็งไปยังสมอง และระยะควบคุมให้มะเร็งสงบ ซึ่งเมื่อรักษาถึงระยะควบคุมนั้นก็ให้พบแพทย์ตามนัดอย่างสม่ำเสมอเพราะมีอัตราที่จะย้อนกลับมาเป็นซ้ำได้อีกถึง 30-35 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้ทุกที่ในร่างกายที่พบมากสุดคือที่ไขกระดูก สมอง และอัณฑะ เมื่อเป็นลูคีเมียแล้วมีโอกาสหายหรือไม่ คำตอบคือสามารถรักษาให้หายได้หากได้รับการรักษาที่ทันท่วงทีและเหมาะสมกับภาวะของโรค โอกาสรอดถึง 70-85 เปอร์เซ็นต์ ระยะรักษาประมาณไม่เกิน 5 ปีรวมทั้งการมาพบแพทย์ตามนัดหลังจากที่พบว่าโรคมีภาวะสงบแล้ว อย่างไรก็ตามการรักษาจะหายหรือไม่นั้นก็ต้องดูปัจจัยอย่างอื่นประกอบด้วย เช่น ความรุนแรงของโรคอยู่ในระยะใด จำนวนเกล็ดเลือดและเม็ดเลือดมีความผิดปกติแค่ไหน และเด็กทารกที่มีภูมิต้านทานยังต่ำอยู่อาจทำให้การรักษายากขึ้นเนื่องจากเคมีจะมีผลทำให้ร่างกายรับไม่ไหว อย่างไรก็ตามให้พ่อแม่ผู้ปกครองหมั่นสังเกตลูกน้อยของท่านอย่างสม่ำเสมอ หากเกิดภาวะผิดปกติใด ๆ ให้รีบนำพบแพทย์อย่างเร็วที่สุดเพื่อจะได้รักษาได้ทันท่วงทีค่ะ

อาการของผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวแบบเต็มตัว

อาการของผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวแบบเต็มตัว

มะเร็งเม็ดเลือดขาวเป็นโรคมะเร็งที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของไขกระดูกซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเนื้อเยื่อในระบบของโลหิตวิทยา สาเหตุทางการแพทย์ระบุเอาไว้ว่าโรคนี้เกิดจากไขกระดูกนี้ไปสร้างเม็ดเลือดในปริมาณที่มากกว่าปกติ อย่างไรก็ตามสำหรับผู้ที่มีอาการป่วยบางรายอาจจะมีระดับเม็ดเลือดขาว Read more about อาการของผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวแบบเต็มตัว

โรคและความผิดปกติของระบบเลือดนอกจากลูคีเมีย

โรคและความผิดปกติของระบบเลือดนอกจากลูคีเมีย

แม้ว่าโรคเลือดหรือโรคลูคีเมียจะเป็นโรคที่เกิดจากระบบเลือดมีปัญหา เป็นโรคที่พบบ่อยมากที่สุดอย่างไรก็ตามไม่ได้หมายความว่าโรคที่เกี่ยวข้องกับความผิดปกติของระบบเลือดจะมีเพียงแค่โรคนี้เพียงโรคเดียว เนื่องจากว่ามันยังมีโรคอื่นๆ ที่สามารถเกิดขึ้นได้หากว่าระบบไหลเวียนโลหิตของเรามีปัญหา Read more about โรคและความผิดปกติของระบบเลือดนอกจากลูคีเมีย

แนะนำสมุนไพรใช้รักษาโรคมะเร็ง

แนะนำสมุนไพรใช้รักษาโรคมะเร็ง

สมุนไพรจัดได้ว่าเป็นยาชั้นเอกของโลกที่มักจะสร้างปาฏิหาริย์ในการรักษาโรคต่างๆ ได้อยู่บ่อยครั้ง อาจจะด้วยความที่สมุนไพรเหล่านี้คือสิ่งที่ธรรมชาติได้สร้างสรรค์ขึ้นมาเพื่อเอาไว้ต่อสู้กับโรคร้ายต่างๆ มนุษย์อย่างเราจึงจำเป็นที่จะต้องรู้จักการพึ่งพาอาศัยธรรมชาติเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับตัวเอง Read more about แนะนำสมุนไพรใช้รักษาโรคมะเร็ง

วิธีสังเกตอาการเบื้องต้นของมะเร็งเม็ดเลือดขาว

วิธีสังเกตอาการเบื้องต้นของมะเร็งเม็ดเลือดขาว

แค่พูดคำว่ามะเร็งเป็นใครต่างก็คงไม่อยากจะพบเจออย่างแน่นอนไม่ว่าจะเป็นมะเร็งประเภทไหนก็ตาม ทว่าบางครั้งมันก็เหมือนกับโชคชะตาเล่นตลกได้สำหรับหลายๆ คนที่แม้ว่าเราจะไม่ได้เป็นคนสร้างความเสี่ยงต่อมัน ทว่ามันก็ยังคงเข้าหาเราอยู่ดี Read more about วิธีสังเกตอาการเบื้องต้นของมะเร็งเม็ดเลือดขาว