ลูคีเมีย โรคอันตรายที่พบได้มากในเด็ก

ลูคีเมีย คือ โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดหนึ่งที่เกิดจากภาวะที่สเต็มเซลล์หรือไขกระดูกทำงานผิดปกติโดยมีการผลิตเซลล์เม็ดเลือดขาวออกมาปริมาณมากเกินกว่าที่ร่างกายต้องการทำให้ระบบร่างกายทำงานผิดปกติ มีเม็ดเลือดแดงน้อย ทำให้เกิดภาวะโลหิตจางขึ้นและมีภูมิคุ้มกันโรคที่ต่ำติดเชื้อต่าง ๆ ได้ง่าย เกล็ดเลือดต่ำทำให้เกิดภาวะเลือดออกมากผิดปกติ เป็นโรคมะเร็งชนิดที่พบมากที่สุดในเด็ก ลูคีเมียบางออกเป็น 2 ประเภท คือ ลูคีเมียชนิดเฉียบพลันและลูคีเมียชนิดเรื้อรัง โดยลูคีเมียชนิดเฉียบพลันนั้นเซลล์มะเร็งจะเจริญเติบโตและเพิ่มจำนวนเร็วโดยที่ยังคงเป็นตัวอ่อน พบมากและบ่อยในเด็กอายุ 3-8 ปี ส่วนชนิดเรื้อรังนั้นเป็นเซลล์มะเร็งที่เจริญเติบโตเป็นตัวแก่ หากเป็นชนิดเฉียบพลันแล้วไม่ได้รับการรักษาจะสามารถเสียชีวิตได้เพียงเวลา 2-3 เดือนเท่านั้น แต่หากรีบพาไปพบแพทย์จะสามารถรักษาให้หายขาดได้
สาเหตุ
สาเหตุของการเกิดลูคีเมียในเด็กนั้นไม่มีสาเหตุที่แน่ชัด แต่ทางการแพทย์สันนิษฐานว่าเกิดจากปัจจัยหลัก อันได้แก่ การสัมผัสกับรังสี สารเคมี ยาเคมี และกรรมพันธุ์ นอกจากนี้ยังมีผลการวิจัยว่า โรคทางกรรมพันธุ์บางชนิดสามารถเพิ่มความเสี่ยงที่ทำให้เกิดลูคีเมียในเด็กได้ด้วย
อาการ
อาการของเด็กที่เป็นลูคีเมีย จะมีภาวะซีด ตัวเหลือง เลือดออกง่าย มีจุดเลือดหรือจ้ำเลือดตามตัว มีไข้ ไม่ค่อยรับประทานอาหาร น้ำหนักลด ตับโต ม้ามโต ท้องอืด ปวดกระดูก ให้สังเกตลูกว่าหากมีอาการเช่นนี้ให้พาไปพบแพทย์ด่วน
การรักษา
การรักษาจะมีสองวิธี วิธีแรกคือการรักษาตามอาการที่เกิดขึ้น เพื่อให้ร่างกายเข้าสู่ภาวะปกติมากขึ้นและมีความแข็งแรงพร้อมที่จะทำการรักษาในขั้นถัดไปนั่นก็คือ การรักษาด้วยคีโมหรือเคมีบำบัด โดยทางการแพทย์จะแบ่งการให้เคมีเป็นสี่ระยะ ระยะทำลายมะเร็ง ระยะป้องกันการเพิ่มของมะเร็ง ระยะป้องกันการแพร่กระจายของมะเร็งไปยังสมอง และระยะควบคุมให้มะเร็งสงบ ซึ่งเมื่อรักษาถึงระยะควบคุมนั้นก็ให้พบแพทย์ตามนัดอย่างสม่ำเสมอเพราะมีอัตราที่จะย้อนกลับมาเป็นซ้ำได้อีกถึง 30-35 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้ทุกที่ในร่างกายที่พบมากสุดคือที่ไขกระดูก สมอง และอัณฑะ
มื่อเป็นลูคีเมียแล้วมีโอกาสหายหรือไม่
คำตอบคือสามารถรักษาให้หายได้หากได้รับการรักษาที่ทันท่วงทีและเหมาะสมกับภาวะของโรค โอกาสรอดถึง 70-85 เปอร์เซ็นต์ ระยะรักษาประมาณไม่เกิน 5 ปีรวมทั้งการมาพบแพทย์ตามนัดหลังจากที่พบว่าโรคมีภาวะสงบแล้ว อย่างไรก็ตามการรักษาจะหายหรือไม่นั้นก็ต้องดูปัจจัยอย่างอื่นประกอบด้วย เช่น ความรุนแรงของโรคอยู่ในระยะใด จำนวนเกล็ดเลือดและเม็ดเลือดมีความผิดปกติแค่ไหน และเด็กทารกที่มีภูมิต้านทานยังต่ำอยู่อาจทำให้การรักษายากขึ้นเนื่องจากเคมีจะมีผลทำให้ร่างกายรับไม่ไหว อย่างไรก็ตามให้พ่อแม่ผู้ปกครองหมั่นสังเกตลูกน้อยของท่านอย่างสม่ำเสมอ หากเกิดภาวะผิดปกติใด ๆ ให้รีบนำพบแพทย์อย่างเร็วที่สุดเพื่อจะได้รักษาได้ทันท่วงทีค่ะ